5 วิธีเอาตัวรอดจากภัยร้อน

ปัจจุบันเราจะพบว่าอุณหภูมิของโลกสูงขึ้นอย่างมาก อันเกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า รวมทั้งการใช้สารเคมีจำนวนมากส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศของโลก ทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก (Greenhouse effect) นั่นคือขบวนการที่รังสีความร้อนจากพื้นผิวโลกจะถูกดูดซับโดยแก๊สเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ และแผ่รังสีออกไปอีกครั้งในทุกทิศทาง เนื่องจากการแผ่รังสีออกไปอีกครั้งถูกส่งกลับมายังพื้นผิวโลกและบรรยากาศด้านล่าง เป็นผลทำให้ระดับอุณหภูมิพื้นผิวโลกสูงขึ้นอย่างมากจนเป็นภัยต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะประเทศที่อยู่แถบเส้นศูนย์สูตรอย่างประเทศไทยของเรา ที่มีอุณหภูมิสูงจนถึงระดับ 40 องศาเซลเซียสขึ้นไปเลยทีเดียว ผลกระทบจากการที่อากาศร้อนจะส่งผลเสียทั้งด้านร่างกาย ทำเกิดโรคภัยไข้เจ็บ

ภัยจากความร้อนที่กระทบต่อร่างกาย กระหายน้ำ บางทีเกิดอาการช็อก หมดสติและเป็นลมได้ โดยโรคที่อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ นั่นคือ โรคลมแดด หรือ Heat Stroke  แบ่ง 2 ประเภท คือ

1. Classical Heat Stroke

เกิดจากอุณหภูมิของอากาศที่สูงมากเกินกว่า 40 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดคลื่นความร้อนสูง (Heat Wave) ยิ่งอยู่ในสถานที่ที่ปิดมิดและไม่มีที่ระบายอากาศจะยิ่งทำให้เกิดอาการ Heat Stroke  ได้ง่าย

2. Exertional Heat Stroke

เกิดจากการออกกำลังกายที่หักโหมเกินไป มักจะเกิดในช่วงฤดูร้อนโดยเฉพาะกลุ่มคนที่ทำงานกลางแดดหรือนักกีฬาที่แข่งขันกลางแจ้ง

ผู้ที่มีอาการของโรค Heat Stroke  จะมีเหงื่อออกมากผิดปกติ จากนั้นเหงื่อจะหยุดไหล ผิวหนังจะแห้งและร้อน มีอาการคลื่นไส้และอาเจียน หากไม่รีบปฐมพยาบาล นำตัวเข้าสู่ที่ร่มหรือไปพบแพทย์ อาจจะเกิดอาการแทรกซ้อน เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน หมดสติ ชัก อาจมีเลือดออกทุกทวาร และอาจจะเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ภัยจากความร้อนยังส่งผลกระทบต่อด้านจิตใจ  เกิดอารณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิด ไม่สบายตัว ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้เมื่อขับขี่ยานพาหนะ หรือเกิดการทะเลาะวิวาทได้ หากไม่ควบคุมอารมณ์จากปัญหาภัยร้อน ดังนั้นปัญหาภัยร้อนกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม เราสามารถที่จะรับมือและเอาตัวรอดจากภัยร้อนได้ดัง 5 วิธีการต่อไปนี้

1. หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่บริเวณอากาศร้อนจนเกินไป

โดยเฉพาะสถานที่ที่มีอุณหภูมิสูงเกินกว่า 40 องศาเซลเซียส  หากจำเป็นต้องอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศร้อนมากควรจะสวมเสื้อแขนยาวหรือเสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี  สวมหมวก สวมแว่นกันแดด หรือกางร่ม เพื่อหลีกเลี่ยงแสงแดดที่มากระทบโดยตรงกับผิวหนัง รวมทั้งทาครีมกันแดด  ที่มีค่า SPF 15 ขึ้นไป โดยควรทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมงหรือถี่กว่า ทางที่ดีควรจะหลบมาอยู่ในที่ร่มเมื่อมีอากาศที่ร้อนอบอ้าว  หากจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรเลือกช่วงเวลาที่อุณหูมิไม่สูงมากเกินไป เช่นช่วงเวลาเช้า หรือช่วงเวลาเย็น

2. ลดอุณหภูมิของร่างกายให้ลดลง

เมื่ออากาศร้อนอาจทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและสูญเสียน้ำได้ง่าย เราสามารลดอุณภูมิร่างกายของเราด้วยการดื่มน้ำบ่อยๆ อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้วต่อวัน เพื่อรักษาความชื้นของร่างกาย และลดการเกิดอาการต่างๆ เช่น อ่อนเพลีย คลื่นไส้ นอกจากนี้เราต้องหมั่นอาบน้ำเพื่อชำระร่างกายบ่อยๆ หรือใช้น้ำเย็นหรือผ้าเย็นหมั่นเช็ดตามร่างกายเพื่อช่วยระบายความร้อน 

3. รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่และถูกสุขอนามัย

เนื่องจากอากาศร้อนทำให้อาหารและเครื่องดื่มเสียได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น การปรุงอาหารอย่างถูกวิธีจะช่วยลดการสะสมของพิษในร่างกาย หากเป็นไปได้ควรงดรับประทานอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบในช่วงฤดูร้อน เนื่องจากอาหารที่ไม่สุกอาจจะมีแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร แนะนำว่าในช่วงฤดูร้อน ผลไม้บางประเภทช่วยลดอุณหภูมิภายในร่างกายได้ อย่างเช่นแตงโม แคนตาลูป มังคุด รวมทั้งมะพร้าว นอกจากช่วยลดอุณหภูมิแล้ว ยังช่วยผ่อนคลายทำให้รู้สดชื่นกระปรี้กระเปร่าอีกด้วย แต่ผลไม้บางประเภทไม่เหมาะที่จะรับประทานในฤดูร้อน เนื่องจากมีกำมะถันเยอะ ทำใหห้ร่างกายมีอุณหภูมิสูง เช่นทุเรียน ลำไย แต่หากอดใจไม่ไหวก็สามารถรับประทานได้ในปริมาณที่พอเหมาะ

4. พักผ่อนให้เพียงพอ

ตามธรรมชาติในช่วงฤดูร้อน จะเป็นช่วงเวลาที่กลางวันจะยาวนานกว่าช่วงเวลากลางคืน จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่เรามีเวลาในการนอนหลับพักผ่อนน้อยกว่าฤดูกาลอื่น  ช่วงเวลากลางคืนเราต้องนอนพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมงขึ้นไป นอกนี้ช่วงเวลากลางวัน หากได้นอนพักงีบหลับพอประมาณสัก 15 นาที จะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เป็นการรักษาระบบต่างๆ ของร่างกายสามารถทำงานได้อย่างดียิ่งขึ้นในช่วงฤดูร้อน

5. ทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายอารมณ์

ช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาที่สภาวะทางอารมณ์จะหงุดหงิดง่าย เราสามารถเลือกทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เรียกว่า “พักร้อน” ไปเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติ เช่นทะเล น้ำตก ป่าไม้ ทิวเขา ทำให้เราผ่อนคลายและคลายร้อนได้ด้วย นอจากนี้ยังไปออกกำลังกายที่ส่งเสริมสุขภาพจิต เช่นการว่ายน้ำ หรือปลูกต้นไม้ หรือจะคลายร้อนด้วยการไปนั่งอ่านหนังสือ ฟังเพลงในที่อากาศถ่ายเทได้ดี เช่นใต้ต้นไม้ หรือริมน้ำ กิจกรรมเหล่านี้ ทำให้ผ่อนคลายร้อนได้ทั้งกายและใจเลยทีเดียว

เป็นอย่างไรก็นบ้างกับ 5 วิธีเอาตัวรอดจากภัยร้อน ที่เราสามารถทำได้ง่ายและสะดวก ไม่ยุ่งยากเกินไป แต่ทางที่ดี นอกจากการเอาตัวรอดจากภัยร้อนแล้ว เราต้องช่วยกันป้องกันภัยร้อนซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ด้วยการช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการลดโลกร้อน ช่วยการปลูกต้นไม้ งดใช้สารเคมีที่เกิดสภาวะเรือนกระจก  สิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้เราอยู่รอดปลอดภัยจากภัยร้อนในระยะยาวได้ต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *