น้ำมันถั่วดาวอินคาแหล่งกรดไขมันโอเมก้า 3 (omega-3) สูงที่ได้จากพืช

ถึงแม้ว่าในทุกวันนี้จะมีหลายคนที่ดูแลสุขภาพตัวเองและรับประทานอาหารที่ประโยชน์กันอยู่แล้ว แต่ร่างกายของเราก็ยังต้องการวิตามิน เกลือแร่ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ อีกมาก เพราะในแต่ละมื้อหลักเมื่อเราทานอาหารเข้าไปอาจจะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ และยิ่งไปกว่านั้นสารอาหารที่จำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างหรือสังเคราะห์เองได้นั้นจำเป็นมากที่เราจะต้องหามารับประทานเพื่อบำรุงร่างกายอยู่เสมอ ซึ่งสารอาหารที่สำคัญที่ขาดไม่ได้เลยนั้นก็คือกรดไขมันโอเมก้า 3 วันนี้เราเลยจะพูดถึงเกี่ยวกับกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ได้พืช เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนรักสุขภาพกันค่ะ

น้ำมันถั่วดาวอินคา

เป็นน้ำมันที่ได้มาจากเมล็ดของถั่วดาวอินคา เป็นพืชที่อยู่ในตระกูล Euphorbiaceae ส่วนมากมักจะพบได้ในแถบป่าอะเมซอนแถวอเมริกาใต้ เช่นประเทศเปรูและบราซิล แต่ในปัจจุบันพบว่าในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทยมีการปลูกเมล็ดถั่วดาวอินคากันมากขึ้น ซึ่งเมล็ดถั่วดาวอินคาเป็นแหล่งอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เช่น กรดอะมิโนจำเป็น (cysteine, tyrosine, threonine, และ tryptophan), วิตามินอี, phytosterols, กรดไขมันโอมก้า 9, กรดไขมันโอเมก้า 6 และกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง ยิ่งไปกว่านั้นมีงานวิจัยพบว่าน้ำมันถั่วดาวอินคามีกรดไขมันอิ่มตัวน้อยว่าเมล็ดพืชอื่นๆ เมล็ดถั่วดาวมีฤทธิ์ต้านสารอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ลดระดับไตรกลีเซอไรด์และระดับไขมันในเลือดสูง ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจและโรคมะเร็ง เป็นต้น ปัจจุบันน้ำมันถั่วดาวอินคาถูกนำมาผลิตอยู่ในรูปของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบต่างๆ เช่น แบบแคปซูล แบบผง เนื่องจากมีส่วนผสมหลักมาจากพืช (เมล็ดถั่วดาวอินคา)

กรดไขมัน Omega-3 สูงที่ได้มาจากน้ำมันถั่วดาวอินคา ดีอย่างไร

น้ำมันถั่วดาวอินคาเป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงที่ได้จากพืชเมื่อเทียบกับเมล็ดพืชชนิดอื่นๆ เช่น เมล็ดถั่วเหลือง เมล็ดงา เมล็ดข้าวโพด มะกอก ซึ่งการที่จะพบกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงหรืออัตราส่วนของกรดไขมันโอเมก้า 6/3 ที่ต่ำในพืชนั้นหายาก เพราะส่วนมากในพืชจะมีกรดไขมันโอเกม้า 6 หรืออัตราส่วนของกรดไขมัน 6/3 ในปริมาณที่สูง  โดยกรดไขมันโอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันชนิดจำเป็น ร่างกายไม่สามารถสร้างหรือสังเคราะห์เองได้ เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน หรือ PUFA เป็นกรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่ กรดไขมันอีพีเอ (Eicosatetraenoic Acid :EPA) กรดไขมันดีเอชเอ (Docosahexaenoic Acid: DHA) และ กรดไขมันเอแอลเอ (Alpha-Linolenic Acid: ALA) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ช่วยในการทำงานของสมองและระบบประสาท ลดไตรกลีเซอไรด์และระดับไขมันในเลือด และลดความดันโลหิต เป็นต้น

น้ำมันถั่วดาวอินคา

มีรายงานวิจัยพบว่าร่างกายของมนุษย์ต้องการอัตราส่วนของกรดไขมัน 6/3 ในปริมาณที่ 1:1 หรือ 4: 1 เพื่อสุขภาพที่ดีของร่างกายเช่น ป้องกันเกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ ซึ่งในปัจจุบันพบว่ามีการได้รับอัตราส่วนของกรดไขมันโอเมก้า 6/3 ในปริมาณที่สูงถึง 20:1 ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้น้ำมันพืชในการประกอบอาหารในชีวิตประจำวัน การได้รับอัตราส่วนของกรดไขมันโอเมก้า 6/3 สูงจะส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยทำให้เกิดการอักเสบของเซลล์ต่างๆ ในร่างกายและจะทำให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา ดังนั้นเราควรได้รับอัตราส่วนของกรดไขมันโอเมก้า 6/3 ในปริมาณที่สมดุลกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้นต่อร่างกาย

และอีกหนึ่งข้อดีของน้ำมันถั่วดาวอินคาที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงคือในอนาคตอาจจะมีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงในราคาถูกและหาซื้อได้ง่ายกว่ากรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ได้จากปลา เนื่องจากสามารถปลูกได้ในปริมาณมากและหาไม่ยาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกในชีวิตว่าผู้บริโภคต้องการแหล่งอาหารแบบไหน จงใช้วิจารณญาณในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพที่ปลอดภัยค่ะ

น้ำมันถั่วดาวอินคา

น้ำมันถั่วดาวอินคาเป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย เช่นต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ ลดระดับไตรกลีเซอร์และระดับไขมันในเลือด แต่แน่นอนในปัจจุบันน้ำมันถั่วดาวอินคาอาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักและแพร่หลายในหมู่คนทั่วคนไปมากนัก เนื่องจากยังไม่ค่อยมีคนรู้จักและน้ำมันถั่วดาวอินคายังไม่ได้มีการกำหนดปริมาณในการรับประทานอย่างแน่ชัดจากผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์น้ำมันถั่วดาวอินคาบางที่ที่จำหน่ายอยู่ตามท้องตลาดยังไม่ได้มีการรับรองมาตรฐาน ดังนั้นก่อนจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควรตรวจสอบการรับรองจาก อย. ให้แน่ใจก่อนการตัดสินใจซื้อทุกครั้งค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *