วิธีป้องกันโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ โรคฮิตวัยทำงาน

หากย้อนกลับไปในช่วงวัยรุ่น “โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ” คงเป็นอาการป่วยที่ไกลตัวอยู่พอสมควร ด้วยวิถีชีวิตที่มีการแอคทีฟอยู่ตลอด รวมไปถึงสภาพร่างกายของวัยหนุ่มสาวที่แข็งแรงพอตัว ภูมิคุ้มกันก็ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่เมื่อก้าวเข้าสู่วัยทำงาน วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ร่างกายที่อายุมากขึ้นก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ทำให้อาการป่วยเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่เคย อายุยี่สิบปลายๆ ก็เริ่มบ่นปวดหลัง พกยากรดไหลย้อนกันแล้ว อีกหนึ่งโรคฮิตอย่างที่กล่าวไปข้างต้น คือ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบก็ตามมาติดๆ ซึ่งจริงๆแล้วมีวิธีป้องกันที่ไม่ยากมากมาฝากพวกเราชาววัยทำงานกันด้วยค่ะ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ มีอาการดังนี้

  1. ปัสสาวะขัด เบ่งไม่ออก ปริมาณที่ไหลออกมาน้อยกว่าปกติ
  2. มีอาการแสบ หน่วงหรือเกร็งท้องน้อยขณะกำลังปัสสาวะหรือหลังจากปัสสาวะเสร็จในทันที
  3. การกลั้นปัสสาวะมีปัญหา กลั้นไม่อยู่ ปัสสาวะเล็ด

วิธีป้องกันโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

1. ไม่กลั้นปัสสาวะเป็นเวลานานๆ

แม้จะต้องนั่งทำงานหนักแค่ไหนก็ควรลุกขึ้นมาปัสสาวะ เพื่อขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายนะคะ เพราะการกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน พวกของเสียที่สะสมอยู่ในร่างกายจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ ยิ่งหากเป็นการที่ต้องกลั้นปัสสาวะเป็นระยะเวลานานและบ่อยก็ยิ่งเสี่ยงมากขึ้น

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

2. รักษาสุขอนามัยให้สะอาดและถูกวิธี

สำหรับสาวๆ เมื่อปัสสาวะเสร็จแล้ว การเช็ดที่ถูกต้อง คือ ใช้กระดาษทิชชู่นุ่ม ๆ หรือผ้าขนหนูที่มีความอ่อนนุ่ม ซับน้ำได้ดี ค่อย ๆ ซับจากด้านหน้าไปด้านหลัง เพราะการเช็ดจากด้านหลัง คือ ส่วนของรูทวารที่ใช้ขับถ่ายหนัก มายังส่วนด้านหน้าของน้องสาว สามารถนำพาเชื้อโรคมาสู่รูเปิดท่อปัสสาวะและเกิดการติดเชื้อได้ในที่สุด

3. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ 8-10 แกัว จิบระหว่างวันให้เป็นนิสัย

แม้ว่าจะไม่ได้ใช้พลังงานมากมายนัก แต่ก็ต้องไม่ลืมที่จะดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวันด้วยนะคะ หากรู้สึกว่าการดื่มน้ำทีละมากๆ ทำให้ปัสสาวะบ่อยจนเกินไป ก็หันมาจิบทีละนิด แต่บ่อยๆแทนก็ได้ค่ะ เพราะสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบก็คือการดื่มน้ำน้อย การขับของเสียก็ลดน้อยลง เชื้อโรคที่อยู่ในปัสสาวะจึงไม่ถูกขับออก ยิ่งค้างอยู่เป็นเวลานาน ยิ่งเอื้อต่อการเจริญเติบโต สุดท้ายก็เกิดการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะได้

4. หลีกเลี่ยงการดื่ม ชา กาแฟ คาเฟอีนในช่วงก่อนเข้านอน

ชา กาแฟ คาเฟอีนหรือพวกเครื่องดื่มชูกำลังต่างๆ จะทำให้ปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น โดยคาเฟอีนนี้มีผลทำให้ไตขับน้ำออกมามากกว่าปกติ หากดื่มก่อนเข้านอน อาจทำให้ปวดปัสสาวะระหว่างนอนหลับขึ้นมาได้ หากหลับลึก แม้ว่าปวดปัสสาวะร่างกายก็อาจไม่ตื่นตัว เท่ากับว่าในช่วงเวลานั้น เรากลั้นปัสสาวะอยู่นั่นเองค่ะ

5. ล้างช่องคลอดอย่างถูกวิธี ไม่สวนล้างและใช้น้ำยาที่มีฤทธิ์แรงจนเกิน

การทำความสะอาดช่องคลอดที่ดีที่สุดคือกาล้างด้วยน้ำสะอาด การใช้น้ำยาล้างจุดซ่อนเร้นเป็นประจำ โดยเฉพาะชนิดที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แม้ว่าจะมีการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดีออกไป แต่แบคทีเรียบางชนิดก็มีประโยชน์ต่อช่องคลอดเป็นอย่างมาก น้ำยานั้นอาจฆ่าเชื้อชำระล้างแบคทีเรียชนิดดีไปด้วย ผลลัพธ์หลังจากนั้นคือช่องคลอดขาดสมดุลย์และติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าเดิม

6. หลังเสร็จกิจกรมทางเพศ ควรทำความสะอาดและปัสสาวะทิ้งในทันที ไม่ทิ้งไว้เป็นเวลานาน

เมื่อเสร็จกิจกรรมทางเพศแล้วปล่อยไว้ ไม่ทำความสะอาดร่างกายในทันทีก็เป็นเหมือนการสะสมของเชื้อโรคได้อีกทางหนึ่ง ทั้งจากเหงื่อไคล สารคัดหลั่งของตัวเราเองและคู่นอน นอกจากการชำระร่างกายให้สะอาดแล้ว การปัสสาวะทิ้งในทันทีก็ช่วยลดความเสี่ยงโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ เพราะระหว่างกิจกรรม ส่วนของท่อปัสสาวะทั้งหญิงและชายอาจมีการสัมผัสซึ่งกันและกัน และนำพาเชื้อโรคมาได้ การปัสสาวะทิ้งในทันทีก็เสมือนการล้างของเสียที่อยู่บริเวณรูท่อปัสสาวะออกไปนั่นเอง

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

7. รักษาความสะอาดของชั้นใน สวมใส่ชุดที่ไม่รัดแน่นจนเกินไป ไม่ใส่ชุดชั้นในที่อับชื้น

ชุดชั้นในที่รัดแน่น ระบายอากาศได้ยาก ทำให้เกิดความอับชื้นและการสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียได้ง่าย ยิ่งประเทศไทยมีอากาศร้อนชื้นอยู่ตลอด หากปล่อยให้จุดซ่อนเร้นอับชื้นอยู่บ่อย ๆ ก็เกิดเป็นต้นเหตุของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ รวมไปถึงโรคของทางเดินปัสสาวะอื่น ๆ และโรคภายในช่องคลอดด้วย

8. หากมีโรคประจำตัวต้องดูแลรักษาให้อาการคงที่ ไม่เสี่ยงต่อการเกิดโรคซ้ำซ้อน

โรคประจำตัวบางโรคก็ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง เช่น เบาหวาน โรคแพ้ภูมิตัวเอง โรคมะเร็ง ผู้ป่วยจะต้องดูแลประคับประคองตัวเองให้โรคอยู่ในระดับที่ดี ไม่เสี่ยงต่อการเกิดอาการแทรกซ้อนเพิ่มขึ้นมา หากภูมิตก การต่อสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ ลดประสิทธิภาพลงก็เสี่ยงต่อการเกิดโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้อีกเช่นกัน

9. การลดลงหรือการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือหมดประจำเดือน

วัยทอง เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ หลายคนมองว่าเรื่องวัยทองเป็นเรื่องไกลตัว แต่เวลามันผ่านไปเร็วกว่าที่คิดไว้มากค่ะ แม้แต่รอบ ๆ ตัวเราเองก็เริ่มปรากฎภาพของสังคมผู้สูงอายุที่ชัดเจนขึ้น ดังนั้น การเตรียมตัวเข้าสู่วัยทองเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างมาก ในเพศหญิงจะมีฮอร์โมนที่ชื่อว่า “เอสโตรเจน” อยู่ ในส่วนของกระเพาะปัสสาวะ ฮอร์โมนนี้จะทำหน้าที่ช่วยให้กระเพาะปัสสาวะแข็งแรง ทั้งการเบ่ง การกลั้น การขับปัสสาวะ แต่เมื่ออายุมากขึ้นฮอร์โมนนี้ก็ลดลงตามไปด้วย ประสิทธิภาพของการเบ่ง การกลั้นต่าง ๆ ก็ไม่เท่าเดิม อาจมีปัสสาวะขัด ปัสสาวะเล็ด และผนังเยื่อบุของกระเพาะปัสสาวะบางลง เหล่านี้จึงทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น หากการขาดฮอร์โมนนี้ส่งผลต่อการดำเนินชีวิต ควรปรึกษาแพทย์โดยตรง หนึ่งในวิธีการรักษาคือการให้รับประทานฮอร์โมนเพิ่ม ทั้งนี้อยู่ที่ดุลยพินิจของแพทย์ด้วย

กระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นโรคที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง ยิ่งทิ้งไว้นาน ยิ่งเสี่ยงต่อความรุนแรงของอาการและการตามมาของโรคอื่น ๆ หากมีอาการ ยิ่งช่วงเริ่มต้นก็ควรต้องไปพบแพทย์โดยเร็ว ทั้งนี้ วัยทำงานก็ควรป้องกันก่อนที่จะเกิดโรคด้วยนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *